CI-หรือ-Corporate-Identity-Branding-คืออะไร-ทำไม-Brand-ถึงต้องมี

CI หรือ Corporate Identity Branding คืออะไร ? ทำไม Brand ถึงต้องมี?

รวมเนื้อหาที่น่าสนใจ

CI หรือ Corporate Identity Branding คืออะไร? วิธีการออกแบบให้มีเอกลัษณ์ ชัดเจน เกิดภาพจำที่ยาวนาน!

การที่เราจะจินตนาการนึกถึงใครบางคนโดยไม่มีชื่อ บุคลิก หรือพฤติกรรมที่แตกต่างนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะธรรมชาติของมนุษย์มักจะเชื่อมโยงลักษณะเด่นประจำตัวบางอย่างกับบุคคลหรือสิ่งของแล้วเรียกสิ่งนั่นว่า “อัตลักษณ์ หรือ Identity” 

ก็เหมือนกับการสร้างแบรนด์ หากผู้บริโภคจำชื่อของแบรนด์ไม่ได้แต่สามารถจำ Logo, สี, หรือ อัตลักษณ์ ประจำตัวของแบรนด์ได้ ก็จะทำให้แบรนด์มีตัวตนและสร้างความแตกต่างในตลาดได้

แล้วองค์ประกอบของ “เอกลักษณ์องค์กร หรือ Corporate Identity” มีอะไรบ้างนั่นเรามาดูกัน

Corporate Identity Branding คืออะไร?

CI หรือ Corporate Identity Branding คือรูปลักษณ์ที่แบรนด์อยากจะนำเสนอตัวเองออกไปให้ผู้บริโภคได้รับรู้และสร้างภาพจำให้กับแบรนด์ เช่น Logo, บรรจุภัณฑ์, สี หรือแม้แต่เครื่องแบบพนักงาน ก็รวมว่าเป็น CI Branding เหมือนกัน เพราะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์นั่นเอง

องค์ประกอบของ CI

โดยทั่วไปแล้วแบรนด์ต่างๆ จะยึด CI จากความชอบของกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากจะได้สามารถดึงเอาความสนใจของกลุ่มเป้าหมายมาได้มากกว่า ซึ่งกระบวนการพัฒนา CI ต้องมีองค์ประกอบหลัก 3 ประการ ได้แก่

1. การสื่อสารองค์กร

การสื่อสารองค์กร คือ วิธีที่แบรนด์ส่งต่อ กระจายข้อมูลทั้งหมดไปยังพนักงาน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ลูกค้า และนักลงทุนเพื่อพัฒนามุมมองที่ดีและภาพลักษณ์ของบริษัท เช่น จดหมายข่าวภายใน, นโยบายขององค์กร หรือจะเป็นแบบชำระเงิน เช่น โฆษณา การสนับสนุน งานกิจกรรม Event ต่างๆ นั่นเอง

2. พฤติกรรมองค์กร

พฤติกรรมองค์กร คือ หลักปรัชญาและค่านิยมขององค์กร ซึ่งรวมถึงหลักจรรยาบรรณและความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร 

โดยในทางเทคนิคแล้ว พฤติกรรมขององค์กร คือการที่บริษัททำหน้าที่เป็นองค์กรเดียวในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากปัจจัยทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี กฎหมาย และสิ่งแวดล้อม 

ส่วนใหญ่แล้วพฤติกรรมขององค์กรเกิดจากความรับผิดชอบต่อสื่อสังคมออนไลน์ ตัวอย่างเช่น สตาร์บัคส์มีเป้าหมายที่จะจ้างผู้ลี้ภัย 10,000 คนทั่วโลกภายในปี 2565 เพื่อปฏิบัติตามความรับผิดชอบต่อสังคม

3. การออกแบบองค์กร

การออกแบบองค์กร คือ นำเสนอภาพลักษณ์ขององค์กร ประกอบด้วยองค์ประกอบด้านภาพทั้งหมดของบริษัท เช่น ชื่อ โลโก้ สีของแบรนด์ ภาพของแบรนด์ แท็กไลน์ ฯลฯ ที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้บริษัทจากผู้อื่นด้วยภาพ โดยองค์ประกอบหลักของการออกแบบองค์กร คือโลโก้ (Logo): เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงบริษัทหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท มันทำหน้าที่เป็นเหมือนใบหน้าให้กับแบรนด์ ที่ถึงแม้จะปิดชื่อแบรนด์ก็ยังสามารถรู้ว่าเป็นแบรนด์อะไร

โลโก้ (Logo): เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงบริษัทหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท มันทำหน้าที่เป็นเหมือนใบหน้าให้กับแบรนด์ ที่ถึงแม้จะปิดชื่อแบรนด์ก็ยังสามารถรู้ว่าเป็นแบรนด์อะไร

สี (Colours): สีและชุดสีของแบรนด์ ที่แต่ละแบรนด์มักจะมีสีที่เป็นสีประจำตัวของเอง เช่นสีของธนาคารที่จะแบ่งสีอย่างชัดเจนเพื่อเป็นการสร้างภาพจำนั่นเอง 

แบบอักษร (Fonts): โดยปกติแล้ว แบรนด์จะมีแบบอักษรที่ได้รับอนุมัติเป็นของตัวเองที่ใช้ในการออกแบบต่างๆ เช่น แบนเนอร์, โบรชัวร์, ภาพคอนเทนต์ เป็นต้น

  • เว็บไซต์ (Website): เว็บไซต์ คือ ตัวแทนของแบรนด์ในโลกดิจิทัล จึงต้องทำให้มี CI ที่ชัดเจนเมื่อลูกค้ากดเข้าไปดูแล้วรู้ทันทีว่าคือแบรนด์อะไร เช่น 

Apple: https://www.apple.com/th/ มีเอกลักษณ์ในการจัดวางให้ดูมีความหรูหรา ล้ำอนาคตแต่จับต้องได้ 

Samsung: https://www.samsung.com/th/ มีเอกลักษณ์เป็นความเรียบง่าย ดูสบายตา มินิมอล

  • การออกแบบภายใน (Internal Design): การตกแต่งภายในไม่ว่าจะเป็นที่ ออฟฟิศ หรือ ร้านค้า ก็จะเป็นการบ่งบอกความเป็นแบรนด์อย่างชัดเจน เช่น
    ร้านมูจิ (Muji) ที่แค่เห็นก็รับรู้ได้ถึงความมินิมอลและความโฮมมี่สุดๆ 

ทำไม Brand ถึงต้องมี CI?

CI ของแบรนด์มีความสำคัญ เนื่องจากการรับรู้ของสาธารณชนที่มีต่อแบรนด์สามารถช่วยสร้างการติดตามของผู้บริโภคได้ ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จ ช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักทั้งในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า โดยประโยชน์เพิ่มเติมของ CI มีเพิ่มเติมดังนี้

  • ความเชี่ยวชาญ: การสร้าง CI แบรนด์ที่ชัดเจน สามารถแสดงให้ผู้บริโภคเห็นว่าแบรนด์นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่น่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถเพิ่มความภักดี (Loyalty) ต่อแบรนด์และเพิ่มรายได้ให้กับแบรนด์ได้อีกด้วย 
  • ความน่าเชื่อถือ: การใช้ CI ของแบรนด์ทำเทคนิคการตลาดด้วยภาพในแพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงป้ายโฆษณา โซเชียลมีเดีย และโฆษณาต่างๆ ช่วยสร้างมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของแบรนด์
  • การทำงานร่วมกัน: การปลูกฝัง CI แบรนด์สามารถรับประกันได้ว่าการสื่อสารและการแสดงตราสินค้ามีความเหนียวแน่น

5 เทคนิคการทำ CI ให้โดดเด่นในตลาด

1. ตรวจสอบแบรนด์ของตัวเอง

ขั้นตอนแรกในการเริ่มสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ คือการตรวจสอบแบรนด์ โดยการประเมินตำแหน่งของแบรนด์ในตลาด ว่าแบรนด์ของเรามีจุดเด่นคืออะไรที่จะงัดออกมาทำเป็น CI ได้

ในการทำขั้นตอนนี้ เราสามารถระบุปัจจัยต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุนให้แบรนด์ของเราเติบโตขึ้นได้ เช่น ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ, เป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ, เป็นสินค้าทำขึ้นเองมีชิ้นเดียวในโลก เป็นต้น เพื่อเอามาวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์แบรนด์ของคู่แข่ง ซึ่งจะช่วยให้เรารับรู้ว่า “เรากำลังแข่งอยู่กับใคร”, “วิธีไหนที่จะทำให้เราแตกต่าง” หรือ “กลยุทธ์อะไรที่จะเข้ามาช่วยให้ CI เราเด่นขึ้น” เป็นต้น

2. ใช้ข้อความที่สร้างให้แบรนด์ดูเป็นแบรนด์

ข้อความที่แบรนด์อยากจะสื่อสารออกไปจะแสดงถึง “คุณค่า” ของแบรนด์ โดยดูจากลักษณะของคำหรือการใช้ภาษาในการทำโฆษณาออกไป ซึ่งถือว่าเป็นการกำหนดค่านิยมหลักที่แบรนด์พยายามเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายให้เขาเข้าใจและสนใจแบรนด์ของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เช่น คอนเสิร์ต big mountain แอดมินใน Facebook จะมีคาแรคเตอร์ที่กวนๆ น่ารักๆ และมักจะข้อความที่เขียนตามหลักอยู่บ่อยๆ ว่า “มอ” ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของคอนเสิร์ต big mountain ที่มีตัวมาสคอตเป็นวัวนั่นเอง

3. ออกแบบให้สร้างสรรค์ โดดเด่น สะดุดตา

สิ่งที่สำคัญมากๆ ของ CI อีกอย่างหนึ่งก็คือ องค์ประกอบของการออกแบบ เช่น โลโก้, แบบอักษร, สี และสไตล์ของเนื้อหาโฆษณาของแบรนด์ นอกจากนี้ยังสามารถรวมได้ถึงลักษณะต่างๆ ภายนอกด้วย เช่น การตกแต่งร้าน, เค้าโครงภายใน และเครื่องแบบพนักงาน โดยการที่เราสร้างองค์ประกอบเหล่านี้ให้มีความคิดสร้างสรรค์และไปในทางเดียวกันทั้งหมด มันจะทำให้แบรนด์ดูเป็นแบรนด์ ซึ่งจะสามารถช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามาได้อย่างดี

ซึ่งเทคนิคในการที่จะรู้ว่าความสร้างสรรค์ที่เราใส่เข้าไปนั่นมันโอเคหรือไม่ ให้ประเมินจากลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย เช่น อายุ อาชีพ ความชอบทางสังคม และความต้องการของตลาด เพราะการที่เราเข้าใจกลุ่มเป้าหมายก็จะยิ่งสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงและดึงดูดลูกค้าเข้ามาได้มากขึ้นกว่าเดิม

4. ใช้กลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์

การสร้างกลยุทธ์หลายๆ อย่างที่สอดคล้องกันภายในแบรนด์ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ เช่น แบรนด์รองเท้าวิ่ง มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักวิ่ง ก็จะมีการทำกลยุทธ์ทางการตลาดเน้นคอนเทนต์ไปที่การวิ่ง และอาจจะมีการทำกิจกรรมงานวิ่งมาราธอน เพื่อเป็นการสอดคล้องกันและยังสร้างภาพจำให้กับลูกค้าด้วยว่าแบรนด์รองเท้าวิ่งนี้ชอบจัดงานวิ่งมาราธอน

5. วิเคราะห์และแก้ไข

การวิเคราะห์และการปรับเปลี่ยนเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่แบรนด์ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับรสนิยมของผู้บริโภคและแนวโน้มของตลาดที่เปลี่ยนไป โดยการการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าแบรนด์ของคุณนั่น อยู่ในค่านิยมของตลาดในปัจจุบันหรือไม่

ตัวอย่าง CI ของแบรนด์ต่างๆ 

Apple

สูตรเฉพาะตัวของ Apple เป็นองค์ประกอบสำคัญของ CI คือสโลแกน “คิดต่าง” ของ Apple ที่เน้นย้ำถึงสิ่งนี้ทำให้โดดเด่นกว่าแบรนด์รายอื่นในตลาด

สิ่งนี้ช่วยให้ Apple ยังรักษาเอกลักษณ์ขององค์กรที่แข็งแกร่งผ่านการใช้ CI อย่างเหมาะสม ที่เห็นได้ชัดคือ โลโก้ของ Apple ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และสอดคล้องกับชื่อแบรนด์อีกด้วย ความเรียบหรูของดีไซน์ที่เห็นแค่ผ่านๆ ก็จะสามารถรู้ได้ทันทีว่าคือ Apple

Starbucks

Starbucks แบรนด์กาแฟคุณภาพสูง พรีเมี่ยมที่มีคนรู้จักไปทั่วโลก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้แบรนด์ Starbucks มีชื่อเสียง แต่ด้วยบรรยากาศภายในร้านค้าและการออกแบบของแบรนด์ที่สอดคล้องกันทำให้มีความน่าเชื่อถือและมีชื่อเสียงมากขึ้น

อีกทั้ง Starbucks ยังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นอย่างมาก โดยมีการช่วยเหลือเกษตรกร จัดหางานให้กับผู้ลี้ภัย และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยวิธีนี้ Starbucks จึงได้กลายเป็นหนึ่งในเครือข่ายร้านกาแฟที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก

สรุป

ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การที่มีเอกลักษณ์องค์กรที่ชัดเจนและแข็งแกร่งกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับแบรนด์ที่พึ่งเริ่มต้น เพราะไม่เพียงช่วยสร้างความแตกต่างแต่ยังสร้างความประทับใจให้กับผู้คนได้ยาวนานอีกด้วย ดังนั้นควรสร้าง CI หรือ Corporate Identity ก่อนก้าวออกสู่ตลาด!

และถ้าหากไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน 6ix Studio ช่วยคุณได้! ด้วยประสบการณ์การทำงานด้านการตลาดและการออกแบบมาอย่างยาวนานทำให้รู้ว่าแบรนด์ของคุณต้องการอะไร หรือหากอยากได้รับคำปรึกษาสามารถติดต่อเรามาได้เลย เราพร้อมเสมอ!

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.feedough.com/what-is-corporate-identity/
https://www.indeed.com/career-advice/career-development/corporate-identity
ทำความรู้จักประเภทของป้ายโฆษณา และเคล็ดลับการทำป้ายโฆษณาให้น่าดึงดูด
ป้ายโฆษณาสุดเก๋ ใครเห็นแล้วต้องจำ! (เคล็ดลับ)
มาทำความรู้จักกับป้ายโฆษณากัน! ป้ายโฆษณา (Billboard) คือหนึ่งในการโฆษณารูปแบบป้ายขนาดกลางไปจนถึงใหญ่ มักปรากฏอยู่บริเวณที่มีคนเยอะพลุกพล่านเช่น …

ป้ายโฆษณาสุดเก๋ ใครเห็นแล้วต้องจำ! (เคล็ดลับ) Read More »

เผยเทคนิคการทำโลโก้ให้น่าจดจำ
โลโก้ปังๆ เขาทำกันยังไงนะ? (บอกเคล็ดลับ)
ทำความรู้จักกับโลโก้กันเถอะ! โลโก้ (Logo) คือ สัญลักษณ์อีกรูปแบบหนึ่งที่ประกอบไปด้วยรูป …

โลโก้ปังๆ เขาทำกันยังไงนะ? (บอกเคล็ดลับ) Read More »

QUICK CONTACT

ปรึกษาฟรี! พาแบรนด์คุณไปสู่อีกขั้นของความสำเร็จ

ปรึกษาฟรี!
พาแบรนด์คุณไปสู่อีกขั้นของความสำเร็จ

บริการออกแบบกราฟฟิก โดยทีมงานกราฟฟิกดีไซเนอร์มืออาชีพ ช่วยยกระดับธุรกิจของท่าน ให้โดดเด่นพร้อมเข้าสู่การแข่งขัน

16/16 M. 2 , BANGLUANG, MUANG, 
PATHUMTHANI 12000

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save