
สติกเกอร์ไดคัทคืออะไร? พร้อมเทคนิคการตีตลาด ดึงดูดความสนใจ!
รวมเนื้อหาที่น่าสนใจ
สติกเกอร์ไดคัท (Die Cut Sticker) เป็นวิธีที่นิยมมากในการทำสติกเกอร์ ทั้งยังสามารถกำหนดรูปร่างได้เอง แบบที่ไม่ต้องเป็นแค่สติกเกอร์รูปทรงสี่เหลี่ยมหรือวงกลมเท่านั้น ช่วยทำให้เกิดภาพที่สะดุดตาด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์
การไดคัท (Die Cut) คืออะไร?
การไดคัท (Die Cut) คือ การตัดวัสดุให้เป็นไปตามรูปร่างหรือรูปทรงที่กำหนดไว้ โดยก่อนที่จะทำการไดคัทต้องมีการออกแบบงานเพื่อสร้างเส้นไดคัทให้เป็นรูปทรงตามที่ต้องก่อน ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงง่ายๆ หรือรูปทรงที่ออกแบบไว้เช่น สี่เหลี่ยม วงกลม วงรี ดาว รอยหยัก รูปทรงตามตัวอักษร เป็นต้น โดยการไดคัทถือว่าเป็นเทคนิคที่นิยมอย่างมากในการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์
สติกเกอร์ไดคัท (Die Cut Sticker) คืออะไร?
สติกเกอร์ไดคัท (Die Cut Sticker) คือ สติกเกอร์ที่มีการตัดให้เป็นรูปทรงเฉพาะตัวโดยใช้วิธีการตัดแบบไดคัท (Die Cut) ซึ่งอาจใช้การตัดธรรมดาหรือใช้แม่พิมพ์รูปทรงที่ต้องการแบบมีมุมแหลม ด้านโค้ง ขอบหยักก็ได้ในการตัดสติกเกอร์ผ่านกระดาษที่จะไม่ตัดแผ่นรองหลังออกแต่จะตัดเฉพาะกระดาษไวนิลด้านบนเท่านั้น ทำให้สะดวกต่อการลอกสติกเกอร์ออกเพื่อนำไปใช้งาน
ประเภทของสติกเกอร์ไดคัท?
การเลือกวัสดุที่จะใช้ในการพิมพ์สติกเกอร์มีให้เลือกหลากหลายชนิด เพื่อให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และรูปแบบงานที่ได้ออกแบบสติกเกอร์ไดคัทไว้ ซึ่งวัสดุที่นิยมใช้มากที่สุด ได้แก่
1. สติกเกอร์พลาสติกไดคัท (Plastic die-cut stickers)
สติกเกอร์พลาสติกไดคัทหรือสติกเกอร์ไวนิลแบบไดคัท (PVC Die Cut Stickers) เพราะเป็นพลาสติกทำให้มีคุณสมบัติกันน้ำได้ สีจะไม่ซีดจางเมื่อถูกแสงแดด ไม่ฉีกขาดง่ายและมีความทนทานสูง ทั้งยังมีความเหนียวของกาวที่สามารถติดได้เกือบทุกพื้นผิวเหมาะกับการนำมาใช้ทำเป็นสติกเกอร์ โดยการใช้งานที่เหมาะสำหรับสติกเกอร์พลาสติกไดคัท เช่น ป้ายบริษัท ฉลากสินค้า สติกเกอร์โลโก้ สติกเกอร์ติดรถ เป็นต้น กระดาษสติกเกอร์พลาสติกมีให้เลือกหลายสีไม่ว่าจะเป็นแบบมันหรือแบบด้าน ได้แก่
- กระดาษสติกเกอร์ไวนิล (Vinyl Stickers)
กระดาษไวนิลมีความยืดหยุ่นมากกว่ากระดาษสติกเกอร์ทั่วไป สามารถกันน้ำได้ มีความทนทานต่อการขีดข่วนและการฉีกขาด สามารถใช้ได้กับทุกพื้นผิว รวมถึงพลาสติก แก้ว ไม้ หรือแม้แต่โลหะ

- กระดาษสติกเกอร์สีขาวด้าน (White Matte Sticker Paper)
กระดาษสติกเกอร์สีขาวด้านเป็นที่นิยมมาก เพราะรองรับน้ำหมึกได้ดีทำให้งานพิมพ์มีความคมชัดเนื้อกระดาษเรียบเนียนเสมอทั่วแผ่นและเนื้อกาวเหนียวติดแน่น ทั้งยังสามารถใช้ได้กับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท(Inkjet Printer) และเครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer) ได้อีกด้วย

- กระดาษสติกเกอร์สีขาวมันวาว (White Glossy Sticker Paper)
กระดาษสติกเกอร์สีขาวมันวาว มีลักษณะเป็นกระดาษผิวมัน สามารถกันน้ำได้ดีและทนทานต่อการฉีกขาด จึงนิยมใช้กับงานฉลากสินค้าที่ติดบนพื้นผิวเรียบ เช่น ขวดแก้ว กล่อง พลาสติก ถุงยา เป็นต้น ใช้ได้กับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท (Inkjet Printer) และเครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer)

- กระดาษสติกเกอร์ใส (Transparent Stickers)
กระดาษสติกเกอร์ใสเป็นกระดาษที่ต่างจากแบบอื่นๆ เพราะมีความโปร่งใสและมันเงา ทนต่อการฉีกขาดและกันละอองน้ำได้ สามารถสัมผัสกับน้ำได้แต่ห้ามให้กระดาษสติกเกอร์ใสจมอยู่ใต้น้ำเพราะอาจจะหลุดออกมาได้ เหมาะสำหรับใช้กับงานพิมพ์ต่าง ๆ เช่น ฉลากสินค้า งานป้าย งานตกแต่ง เคลือบเอกสาร เป็นต้น

2. สติกเกอร์กระดาษไดคัท (Paper die-cut stickers)
สติกเกอร์กระดาษเป็นทางเลือกสำหรับสำหรับแบรนด์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพราะสติกเกอร์กระดาษส่วนใหญ่ถูกผลิตมาจากใยอ้อย ผ้าลินินและไม่มีส่วนผสมของไม้ ทำให้เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่ายใช้ได้แค่ในระยะเวลาสั้นๆ หรือใช้ภายในอาคาร ไม่ต้องเจอกับสภาพอากาศมากนัก
การใช้งานที่เหมาะสำหรับสติกเกอร์กระดาษไดคัท
- สติกเกอร์โลโก้
- สติกเกอร์รูปถ่าย
- บรรจุภัณฑ์ของสินค้า
- ฉลากสำหรับแบรนด์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
วิธีเลือกกระดาษมาทำสติกเกอร์ไดคัท
เมื่อต้องการหาวัสดุหรือกระดาษมาทำเป็นสติกเกอร์ไดคัทก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับงานและต้นทุน เพื่อให้ได้สติกเกอร์ไดคัทที่ดีที่สุด โดยสามารถพิจารณาได้ตามดังนี้
- ความทนทานของวัสดุ : คุณสมบัติของวัสดุนั้นควรเป็นไปตามความต้อง อย่างการมีความทนทานต่อการฉีกขาดหรือรอยขีดขวน กันน้ำและป้องกันแสงแดดได้
- รูปลักษณ์โดยรวมของวัสดุ : วัสดุที่เลือกใช้จะเป็นตัวกำหนดรูปลักษณ์หรือผิวสัมผัสของสติกเกอร์ อย่างการใช้กระดาษผิวมันหรือผิวด้านผลงานก็จะออกมาแตกต่างกัน จึงควรเลือกวัสดุให้เหมาะกับการออกแบบและการใช้งานของสติกเกอร์
- ความเข้ากันได้กับงานพิมพ์หรือเครื่องตัด : ความเข้ากันได้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้งานพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงสุด การเลือกวัสดุที่แตกต่างกับคุณสมบัติของเครื่องพิมพ์อาจส่งผลให้งานที่ได้ไม่เหมือนกับที่ออกแบบสติกเกอร์ไดคัทไว้ซึ่งส่งผลเสียอย่างมาก
เคล็ดลับการทำสติกเกอร์ไดคัท
การทำสติกเกอร์ไดคัทนั้นมีมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการการผลิตสติกเกอร์ในปริมาณมากที่มีรูปร่างและขนาดเท่ากัน อาจแตกต่างกันที่การออกแบบสติกเกอร์และกระดาษ เช่น ออกแบบสติกเกอร์สินค้า ออกแบบสติกเกอร์โลโก้ กระดาษสติกเกอร์ใส เป็นต้น โดย 5 เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้สติกเกอร์ไดคัทของคุณพิเศษมากขึ้น
1. พื้นที่รอบสติกเกอร์ไดคัท
การตัดสติกเกอร์ไดคัทนั้นจำเป็นต้องมีพื้นที่เว้นไว้สำหรับตัดด้วย เพื่อไม่ให้ตัดโดนรูปของสติกเกอร์ที่ออกแบบไว้ เพราะสติกเกอร์ไดคัทไม่ได้เป็นเพียงการตัดรูปแบบสี่เหลี่ยมอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการตัดที่มีรูปแบบมากมาย เช่น วงกลม วงรี ดาว รูปหลายเหลี่ยม เป็นต้น การตัดจึงต้องมีช่องว่างเอาไว้เผื่อในการตัดเก็บรายละเอียดต่างๆ ถ้าหากมีแม่พิมพ์ก็จะยิ่งทำให้การตัดสะดวกมากขึ้น
2. สีขอบที่เหลือ
การมีขอบที่เว้นไว้ระหว่างลายสติกเกอร์ไดคัทที่ออกแบบช่วยให้ตัดง่ายขึ้น โดยถ้าสีพื้นหลังนั้นกำหนดให้เป็นสีขาวจะช่วยทำให้สติกเกอร์โดดเด่นมากขึ้น ยิ่งถ้าออกแบบสติกเกอร์เป็นสีเข้มแล้วไม่มีขอบสีขาวอาจทำให้สติกเกอร์กลมกลืนกับพื้นหลังสีเข้มได้ การทำสติกเกอร์แบบไม่มีขอบเหลือก็สามารถทำได้เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อการใช้งาน
3. การพิมพ์
การพิมพ์สำหรับการทำสติกเกอร์ไดคัทสามารถพิมพ์ได้หลายวิธี โดยจะขึ้นอยู่กับความละเอียดของภาพที่ออกแบบไว้ ซึ่งวิธีการพิมพ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการพิมพ์สกรีน (Silkscreen Printing) เพราะมีความทนทานต่อแดดและมีสีสันที่แวววาว
4. การเคลือบ
การเคลือบสติกเกอร์เป็นวิธีที่นิยมใช้เพื่อเพิ่มความทนทานให้กับสติกเกอร์ ป้องกันแสงแดด ฝนและความชื้น ทำให้ช่วยยืดอายุการใช้งานให้อยู่คงทนได้นานมากขึ้น โดยเมื่อเคลือบแล้วสติกเกอร์จะมีความมันเงาหรือผิวด้านก็ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้วัสดุในการเคลือบ เช่น สติกเกอร์โลโก้ สติกเกอร์รถ สติกเกอร์บนผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
5. การตัด
สติกเกอร์ไดคัทมักตัดเป็นรูปร่างด้วยต่างๆ จากหนึ่งในสามวิธีนี้ ได้แก่ ใช้เครื่องตัดแบบเก่า เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง (Plotter) และเครื่องตัดเลเซอร์ (Laser Cutter) เพื่อให้ได้ชิ้นงานสติกเกอร์ไดคัทที่สวยงาน ยิ่งถ้าใช้วิธีการตัดที่ทำให้กระดาษซับมันบนกระดาษสติกเกอร์ขาดเพื่อให้สามารถลอกสติกเกอร์ออกมาใช้งานได้ง่ายมากขึ้นก็ยิ่งดี แต่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องตัดไดคัทเพื่อสร้างสติกเกอร์ไดคัทเสมอไป ถ้าเป็นรูปทรงพื้นฐานก็สามารถหาแผ่นสติกเกอร์แบบตัดสำเร็จรูปพิมพ์ลงบนกระดาษได้
ประโยชน์ของสติกเกอร์ไดคัท
สติกเกอร์ไดคัทมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร โดยการตัดที่สามารถออกแบบได้มากกว่าการตัดเป็นเพียงแค่รูปสี่เหลี่ยมหรือวงกลมเท่านั้น สติกเกอร์ไดคัทจึงถือเป็นตัวช่วยในการโฆษณาได้เป็นอย่างดีเพราะมีประสิทธิภาพในการเพิ่มการมองเห็นให้แบรนด์ของคุณมากแทนที่จะใช้สติกเกอร์ธรรมดา สติกเกอร์ไดคัทยังมีประโยชน์อีกมากมาย เช่น
- การตลาด : สติกเกอร์ไดคัทเป็นตัวช่วยอย่างดีในการประชาสัมพันธ์ให้กับแบรนด์ เพราะสามารถติดไว้ได้ทุกที่ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ไปจนถึงตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายลูกค้าได้เห็นเกี่ยวกับแบรนด์และสามารถจดจำได้ตั้งแต่เห็นสติกเกอร์
- การแจ้งเตือนเหตุการณ์ : การใช้สติกเกอร์ไดคัทเป็นสิ่งย้ำเตือน แจ้งเตือนเหตุการณ์ที่สำคัญและการนัดหมาย โดยการใช้กระดาษสติกเกอร์แปะไว้ให้สามารถเห็นได้ง่ายแทนที่จะพึ่งพาโทรศัพท์
- ของขวัญ : สติกเกอร์ไดคัทสามารถนำมาทำเป็นของขวัญชิ้นเล็กๆ ไว้สำหรับแจกคนอื่นได้ไม่ว่าจะเป็นในโอกาศสำคัญหรือในวันพิเศษ ช่วยให้ผู้ที่ได้รับรู้สึกถึงความใส่ใจและประทับใจจากการออกแบบสติกเกอร์ไดคัท
สรุป
สติกเกอร์ไดคัทเป็นวิธีที่ยอดนิยมในการโฆษณาแบรนด์หรือสินค้าที่แสดงความมีเอกลักษณ์ได้ผ่านการออกแบบสติกเกอร์ด้วยการเพิ่มลูกเล่นต่างๆ ทั้งยังเป็นวิธีที่ประหยัดต้นทุนในการโฆษณาสินค้ามากกว่าการใช้วิธีอื่น แต่ก็ต้องเลือกใช้งานวัสดุและออกแบบสติกเกอร์ให้เหมาะสมกับงานเช่นกัน โดยสติกเกอร์ไดคัทนั้นจะถูกตัดเป็นรูปร่างตามการออกแบบ ทำให้โดดเด่นและดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้มาขึ้นทั้งยังช่วยในด้านการตลาดของแบรนด์อีกด้วย
ต้องการสติกเกอร์ไดคัทในรูปแบบที่ไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าคุณกำลังมองหาร้านออกแบบสติกเกอร์หรือรูปแบบสติกเกอร์ทั่วไป ให้เหมาะกับความต้องการและงบประมาณของคุณ มาที่ 6ix Studio เรามีบริการแบบครบครัน ครบจบในที่เดียว
อ้างอิงจาก:
https://www.101planners.com/sticker-paper/#Recommended_Sticker_Papers https://www.vinylrevolution.co.uk/blog/how-to/5-things-you-didnt-know-about-vinyl-stickers/

